ทิ้งบางสิ่งไว้ที่นู่นนน
ก่อนไปเราก็ตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ แล้วเราก็ต้องสะสางงานทั้งหมดที่เหมือนจะไม่จบไม่สิ้นเสียที
นอนดึกตลอด แล้วก็เป็นหวัดน้ำมูกยืดไปทั้งอาทิตย์
ตระเวณยืมข้าวของเพื่อนๆ ได้แจ็กเก็ตมาสามตัวจากเพื่อนสามคน หมวกและผ้าพันคอจากเจ้านายเก่า เลนส์จาก บก. และฟิล์มหนึ่งม้วนจากพี่
มันทำให้รู้สึกดีในการที่เราจะเดินทางไป
ในกลุ่มสี่คนที่ไปด้วยกัน เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานหนึ่งคน อีกสองคนเป็นคนที่ยังไม่รู้จักกัน (ตอนนี้รู้จักแล้วล่ะ : ) และเราก็ได้ไปเจอคนมากมายในเส้นทาง ที่รู้สึกดีที่ได้รู้จัก ทั้งพี่อู๊ดที่รินบรั่นดีให้ผมจิบแก้หนาวทุกคืน สาวสวิสที่เราคุยกันหนุกหนานในมื้อเย็น คู่รักมาเลย์ที่ลัลลาตลอดทางเดิน หรือชีต้าที่แบกเป้เดินดุ่มๆ ไปกับเราอย่างบึกบึน
ถึงจะเหนื่อยและใช้ชีวิตอย่างทรหด แต่ร่างกายก็เปรมปรีอยู่ข้างใน
เหมือนจิตใจที่สงบบลง และนอนหลับสนิททุกคืน
มองภูเขาที่มั่นคง
มองดอกไม้รายทางในป่าโปร่ง
มองสายหมอกที่ลอยลงไปอยู๋ต่ำกว่าสองขาของเรา
มองดูผู้คนที่ทำให้เราหงุดหงิดบ้างในบางที
แล้วพยายามทำความเข้าใจ
มองมันแล้วจดจำเอาไว้
อาจจะยังไม่เข้าใจ..
แต่นั่นแหละ
เมื่อกลับมาถึง พี่คนหนึ่งถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีความเปลี่ยนแปลงบ้างมั้ย
ก็ยังไม่มีหรอกครับ
สิบวันเอง
แต่ถึงจะไม่มีอะไรเปลี่ยน เราก็ยินดีที่ได้ไป
แล้วเราจะไปอีก
ที่ใดก็ตาม
-
เขียนบันทึกลงบลอกไปสามตอน เขียนเรื่องท่องเที่ยวนี่มันยากเหมือนกันแฮะ
มาแอบอิจฉา
อยากไปจังค่ะ
ปล. โดนจับได้ซะแล้วเรา :P